January 25, 2026

มือเท้าชา กินอะไรหาย? รวมอาหารบำรุงปลายประสาท | KLARITY

มือเท้าชา กินอะไรหาย

อาการ "มือเท้าชา" หรือความรู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้ม (Pins and Needles) ยิบ ๆ ตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เป็นปัญหาที่หลายคนมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเรื่องชั่วคราวจากการนั่งทับหรือนอนทับนาน ๆ แต่รู้หรือไม่ว่า หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือเป็นเรื้อรัง อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า "ระบบประสาทส่วนปลาย" ของคุณกำลังมีปัญหา

สำหรับคำถามที่ว่า มือเท้าชา กินอะไรหาย? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการเติม "สารอาหาร" ที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูเส้นประสาทโดยตรง ในบทความนี้ KLARITY จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสาเหตุ สารอาหารที่ควรได้รับ และทางเลือกในการดูแลตัวเองด้วย Omega-3 คุณภาพสูง

อาการมือเท้าชา สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย

อาการชา (Numbness) เกิดจากการที่เส้นประสาทสื่อสารกับสมองได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงโรคประจำตัวที่ซ่อนอยู่ เช่น โรคเบาหวาน หรือภาวะขาดวิตามิน หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข เส้นประสาทอาจเสื่อมสภาพถาวร นำไปสู่กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือสูญเสียความรู้สึกในที่สุด

สาเหตุหลักของอาการมือเท้าชา

  • การกดทับเส้นประสาท: เช่น การทำงานออฟฟิศที่ต้องใช้ข้อมือต่อเนื่อง หรือการนั่งไขว่ห้างนาน ๆ
  • ภาวะขาดวิตามิน: โดยเฉพาะวิตามินบี 1, บี 6 และบี 12 ซึ่งมีหน้าที่สร้างปลอกหุ้มเส้นประสาท
  • โรคเบาหวาน (Diabetic Neuropathy): ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปจะทำลายผนังหลอดเลือดที่ส่งสารอาหารไปเลี้ยงเส้นประสาท
  • การอักเสบในร่างกาย: การอักเสบเรื้อรังส่งผลให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ เส้นประสาทบวมและไปกดทับเส้นประสาทได้

มือเท้าชา กินอะไรหาย? อาหารบำรุงปลายประสาท

การเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติบำรุงระบบประสาทและลดการอักเสบ คือกุญแจสำคัญในการรักษาอาการจากต้นเหตุ นี่คือกลุ่มสารอาหารที่คุณควรเติมลงในมื้ออาหารทุกวัน

วิตามินบีรวม (B-Complex)

วิตามินบีเปรียบเสมือน "อาหารสำคัญ" ของเส้นประสาท

  • วิตามินบี 1 (Thiamine): ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานสำหรับเซลล์ประสาท
  • วิตามินบี 6 (Pyridoxine): ช่วยในการสังเคราะห์สารสื่อประสาท
  • วิตามินบี 12 (Cobalamin): สำคัญที่สุดในการสร้าง "ไมอีลิน" (Myelin) หรือปลอกหุ้มเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เป็นฉนวนไฟฟ้าให้สัญญาณประสาทวิ่งได้เร็วและแม่นยำ

กินอะไรดี: เนื้อแดง, ปลา, ไข่, นม, ธัญพืชไม่ขัดสี และตับสัตว์

กรดไขมันโอเมก้า-3 (Omega-3)

โอเมก้า-3 โดยเฉพาะชนิด EPA และ DHA มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการ ลดการอักเสบของปลายประสาท และช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่ถูกทำลาย นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนปลายของร่างกายได้ดีขึ้น

กินอะไรดี: ปลาทะเลน้ำลึก เช่น แซลมอน, แมคเคอเรล, ซาร์ดีน หรืออาหารเสริมคุณภาพสูงอย่าง KLARITY Omega-3 Norway Daily

แมกนีเซียม (Magnesium)

แมกนีเซียมช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและควบคุมการทำงานของระบบประสาท การขาดแมกนีเซียมมักนำไปสู่อาการตะคริวและอาการชาได้ง่าย

กินอะไรดี: อัลมอนด์, เมล็ดฟักทอง, ผักโขม และกล้วย

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants)

อนุมูลอิสระคือตัวการที่ทำลายเซลล์ประสาท สารต้านอนุมูลอิสระอย่าง กรดอัลฟาลืโปอิก (Alpha-lipoic acid) จะช่วยป้องกันความเสียหายของเส้นประสาท โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน

กินอะไรดี: บรอกโคลี, มะเขือเทศ และเบอร์รี่ต่าง ๆ

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่ม! มือชาขาดวิตามินอะไร วิธีแก้และแนวทางป้องกัน

เจาะลึก: ทำไม Omega-3 ถึงช่วยแก้ปัญหามือเท้าชาได้จริง?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเมื่อถามว่า มือเท้าชา กินอะไรหาย? ผู้เชี่ยวชาญจึงมักแนะนำโอเมก้า-3 นั่นเป็นเพราะกลไกการทำงานของมันที่ลึกซึ้งกว่าสารอาหารทั่วไป

  1. ลดการอักเสบระดับเซลล์ อาการชามักมีสาเหตุมาจากการอักเสบ (Inflammation) รอบ ๆ เส้นประสาท โอเมก้า-3 จะเข้าไปยับยั้งการสร้างสารก่อการอักเสบ ช่วยลดแรงกดดันต่อเส้นประสาท
  2. บำรุงโครงสร้างเส้นประสาท เยื่อหุ้มเซลล์ประสาทมีไขมันเป็นส่วนประกอบหลัก การได้รับไขมันดี (Healthy Fats) จะช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทมีความเสถียรมากขึ้น
  3. กระตุ้นการไหลเวียนเลือด เมื่อเลือดไหลเวียนดี สารอาหารและออกซิเจนจะถูกส่งไปเลี้ยงปลายนิ้วมือนิ้วเท้าได้ทั่วถึง ทำให้อาการชาทุเลาลง

แนะนำทางเลือกเพื่อสุขภาพ KLARITY Omega-3 Norway Daily

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และไม่สามารถรับประทานปลาทะเลน้ำลึกได้ทุกวัน การเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ที่สุด และหากพูดถึงมาตรฐานสูงสุดของโอเมก้า-3 ต้องยกให้ KLARITY Omega-3 Norway Daily

บำรุงสมองง่ายๆ ด้วยน้ำมันปลา KLARITY

ทำไมต้อง KLARITY Omega-3 Norway Daily?

การเลือกโอเมก้า-3 ไม่ใช่แค่ดูที่ปริมาณ แต่ต้องดูที่ "แหล่งที่มา" และ "ความบริสุทธิ์"

  • Premium Quality from Norway: เราคัดสรรวัตถุดิบจากน่านน้ำนอร์เวย์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปลาทะเลที่สะอาดและบริสุทธิ์ที่สุดในโลก
  • High Concentration: ให้ปริมาณ EPA และ DHA ในสัดส่วนที่เหมาะสมต่อการบำรุงระบบประสาทและสมองในทุก ๆ วัน
  • Molecular Distillation: ผ่านกระบวนการกลั่นระดับโมเลกุล เพื่อกำจัดโลหะหนักและสารปนเปื้อน ทำให้คุณมั่นใจได้ในความปลอดภัยระยะยาว
  • Easy to Swallow: แคปซูลขนาดที่รับประทานง่าย ไม่มีกลิ่นคาว ออกแบบมาเพื่อให้ดูดซึมได้ดีที่สุด

การรับประทาน KLARITY Omega-3 Norway Daily เป็นประจำเพียงวันละ 1-2 แคปซูล ร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีวิตามินบีสูง จะช่วยให้ระบบประสาทส่วนปลายของคุณแข็งแรงขึ้น ลดโอกาสการเกิดอาการมือเท้าชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พฤติกรรมที่ควรเลี่ยง... ถ้าไม่อยากให้มือเท้าชาเรื้อรัง

นอกจากการหาว่ามือเท้าชา กินอะไรหายแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม "ต้องห้าม" ก็สำคัญไม่แพ้กัน

  • การดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด: แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำลายเส้นประสาทโดยตรง (Alcoholic Neuropathy) และขัดขวางการดูดซึมวิตามินบี
  • การกินน้ำตาลมากเกินไป: น้ำตาลที่สูงในเลือดจะทำให้เส้นประสาทอักเสบและเสียหาย
  • การสูบบุหรี่: บุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบตัน ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงมือและเท้าได้น้อยลง
  • การไม่ขยับร่างกาย: การอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ ควรลุกขึ้นยืดเหยียดทุก ๆ 45-60 นาที

สรุป

อาการมือเท้าชาอาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อยในวันนี้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้มันอาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การตั้งคำถามว่า "มือเท้าชา กินอะไรหาย?" คือจุดเริ่มต้นที่ดีของการหันมาดูแลตัวเอง

การผสมผสานระหว่างการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินบีและแมกนีเซียม ร่วมกับการเติมกรดไขมันจำเป็นอย่าง KLARITY Omega-3 Norway Daily จะช่วยให้ร่างกายของคุณได้รับวัตถุดิบที่จำเป็นในการซ่อมแซมและปกป้องเส้นประสาทอย่างเต็มที่

อย่ารอให้ความรู้สึกชา กลายเป็นความรู้สึกเจ็บปวด หรือสูญเสียการควบคุม เริ่มต้นดูแลปลายประสาทของคุณตั้งแต่วันนี้

Article by

klarity asia