August 17, 2025
ปวดหัวเหมือนโดนบีบขมับ เกิดจากอะไร? สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

เคยไหมที่รู้สึก ปวดหัวเหมือนโดนบีบขมับ? ไม่ใช่ปวดตุ้บ ๆ เหมือนไมเกรน แต่เป็นความรู้สึกตึง ๆ ตื้อ ๆ เหมือนมีใครเอาหนังยางมารัดหัวไว้แน่น ๆ ทั้งที่ไม่ได้ไปโกรธใครมาเลย อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกเราว่า "พักบ้างเถอะนะ"
ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ ทำงานหนัก และโซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย อาการปวดหัวแบบนี้เลยกลายเป็นเพื่อนสนิทของใครหลายคนไปโดยปริยาย วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า อาการปวดหัวที่ว่านี้มันเกิดจากอะไรกันแน่ และเราจะรับมือกับมันยังไงให้ได้อยู่หมัด
อาการปวดหัวเหมือนโดนบีบขมับ คืออะไร?
อาการปวดหัวแบบนี้ในทางการแพทย์จะเรียกว่า ปวดหัวจากความเครียด (Tension-Type Headache) ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าสาเหตุหลักมาจากความเครียด แต่จริง ๆ แล้วมันซับซ้อนกว่านั้นนิดหน่อย
อาการสังเกตง่าย ๆ คือ
- รู้สึกปวดตื้อ ๆ เหมือนมีอะไรมาบีบรัดที่ศีรษะ
- อาการปวดมักจะเกิดขึ้นทั้งสองข้างของศีรษะ อาจจะลามไปที่ขมับ หน้าผาก หรือท้ายทอยได้
- ความรุนแรงอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง ไม่ได้ถึงขั้นทนไม่ไหว แต่ก็รบกวนสมาธิและทำให้หงุดหงิด
- อาการปวดมักจะมาช่วงบ่ายหรือเย็น และอาจเป็นนานหลายชั่วโมง
อาการแบบนี้ทำให้เราเสียสมาธิในการทำงาน ดูหนังก็ไม่สนุก ช้อปปิ้งก็ไม่มีความสุข เพราะมัวแต่กังวลกับอาการปวดหัวที่ไม่ยอมหายไปสักที
เปิด 7 สาเหตุ! ทำไมถึงปวดหัวเหมือนโดนบีบขมับ?
สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เราปวดหัวแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรานี่เอง

1. ความเครียดสะสม
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องความสัมพันธ์ เมื่อเราเครียด กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และศีรษะจะหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว กล้ามเนื้อที่เกร็งนาน ๆ นี่แหละที่ทำให้เกิดอาการปวดหัว
(เช็กเลย! 7 อาการเครียดสะสมที่หลายคนมองข้าม)
2. ท่านั่งทำงาน
ลองสังเกตตัวเองดูว่า เวลาทำงานคุณนั่งหลังงอ หรือก้มหน้าจ้องคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือเปล่า ท่าทางที่ไม่ถูกต้องจะทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ แข็งตัวและตึงค้าง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงมาที่กล้ามเนื้อศีรษะ
3. นอนไม่พอ
เป็นเรื่องที่หลายคนรู้แต่ทำไม่ได้ เพราะการนอนน้อยทำให้ร่างกายและสมองไม่มีเวลาพักฟื้น การพักผ่อนไม่เพียงพอจึงเป็นอีกหนึ่งตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เราปวดหัวได้ง่าย
(อ่านเพิ่ม นอนดึกมีผลเสียอย่างไร? นอนดึก ทำให้สมองและร่างกายแก่เร็วจริงไหม)
4. ใช้สายตาหนักเกินไป
การจ้องหน้าจอโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักและเกิดอาการล้า ซึ่งอาการล้านี้สามารถส่งผลกระทบไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณขมับ ทำให้เกิดอาการปวดหัวตามมาได้
5. ขาดน้ำ
เป็นสาเหตุที่ดูเหมือนไม่น่าเกี่ยว แต่สำคัญมาก! การดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลง ทำให้สมองขาดออกซิเจนชั่วขณะ และกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้
6. ไม่บำรุงสมอง
เป็นเรื่องที่หลายคนรู้แต่ทำไม่ได้ เพราะการบำรุงสมองไม่เพียงพอจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานได้ไม่เต็มที่ เมื่อสมองไม่ได้รับการบำรุงหรือพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย และทำให้เราปวดหัวได้ง่าย
7. การอดอาหาร
การปล่อยให้ท้องว่างนาน ๆ จนน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สมองขาดพลังงาน และกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกัน
วิธีจัดการอาการปวดหัว ทำง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
- พักสายตาบ้าง ตั้งนาฬิกาเตือนทุก ๆ 20 นาที แล้วละสายตาจากหน้าจอ มองออกไปไกล ๆ สัก 20 วินาที
- ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ลุกจากเก้าอี้ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง
- นั่งให้ถูกท่า นั่งหลังตรง ไม่ห่อไหล่ และให้หน้าจออยู่ระดับสายตา
2. ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
- นวดเบา ๆ ใช้ปลายนิ้วนวดคลึงเบา ๆ บริเวณขมับ หน้าผาก และต้นคอ
- ประคบอุ่น ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบต้นคอและบ่า จะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงผ่อนคลายลง
3. เทคนิคจัดการความเครียด
- ฝึกหายใจเข้า-ออกลึก ๆ เมื่อรู้สึกเครียด ให้หายใจเข้าลึก ๆ ทางจมูก แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปาก
- หาเวลาพักสมอง ลองทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ หรือออกไปเดินเล่นในสวน
KLARITY Japan Ginkgo Biloba ตัวช่วยจากธรรมชาติ เพื่อสมองปลอดโปร่ง

นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว การดูแลสุขภาพจากภายในก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยจากธรรมชาติที่จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เลือดไหลเวียนดีขึ้น และจัดการกับอาการปวดหัวได้ดีขึ้น ขอแนะนำ กิงโกะ บิโลบา (Ginkgo Biloba) หรือสารสกัดจากใบแปะก๊วย
กิงโกะ บิโลบา มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดอาการปวดหัวที่เกิดจากกล้ามเนื้อตึงและเลือดไหลเวียนไม่สะดวก นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสมอง และเพิ่มสมาธิให้กับการทำงานได้อีกด้วย
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เราขอแนะนำ KLARITY Japan Ginkgo Biloba ที่คัดสรรสารสกัดจากใบแปะก๊วยคุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น ที่มาพร้อมกับสารสำคัญเข้มข้นอย่าง EGb 761 ซึ่งเป็นสารสกัดมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากทุกแคปซูล
การมีตัวช่วยดี ๆ ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม จะทำให้คุณสามารถจัดการกับอาการ ปวดหัวเหมือนโดนบีบขมับ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสดใสอีกครั้ง
อยากสมองดี สั่งซื้อเลย!
🛒Shopee: Japan Ginkgo Biloba สารสกัดใบแปะก๊วย (120 มก.)
🛒LAZADA: Japan Ginkgo Biloba สารสกัดใบแปะก๊วย