March 21, 2026

ฮีทสโตรก เกิดจากอะไร? รู้ทัน 5 ปัจจัยเสี่ยงที่คนไทยมองข้าม

ฮีทสโตรก เกิดจากอะไร

เมื่ออุณหภูมิประเทศไทยพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ คำว่า "ฮีทสโตรก" หรือโรคลมแดดกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้จักอย่างจริงจัง เพราะไม่ใช่แค่การรู้สึกร้อนหรืออ่อนเพลียทั่วไป แต่ฮีทสโตรกคือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที

แล้ว ฮีทสโตรก เกิดจาก อะไรกันแน่? บทความนี้ KLARITY จะพาคุณไปรู้จักกับต้นตอที่แท้จริงของโรคร้ายนี้ พร้อมข้อมูลจากงานวิจัยที่ผ่านการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และแนวทางดูแลสุขภาพร่างกายและสมองในช่วงอากาศร้อนจัด

สถานการณ์ฮีทสโตรกในประเทศไทย ข้อมูลที่ต้องรู้

ก่อนจะเข้าใจว่า ฮีทสโตรก เกิดจากอะไร? ลองดูภาพรวมสถานการณ์ในประเทศไทยก่อน ข้อมูลจาก Healthcare Asia (2025) รายงานว่าระหว่างปี 2019-2024 มีผู้เสียชีวิตจากฮีทสโตรกในประเทศไทยรวม 212 ราย เฉลี่ย 27 รายต่อปี โดยผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดเป็นชายวัย 41-60 ปี มักมีโรคประจำตัวหรือประวัติดื่มแอลกอฮอล์ และส่วนใหญ่กำลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ด้านการวิจัยเชิงลึก องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดการณ์ว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4.3 องศาเซลเซียส ระหว่างปี 1990-2100 ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาไทยรายงานว่าอุณหภูมิสูงสุดรายปีเพิ่มขึ้นแล้ว 1.9 องศาเซลเซียส และจำนวนวันที่มีคลื่นความร้อนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 210 วัน ภายในปี 2100 (Mahidol University & University of Occupational and Environmental Health, Japan, 2022)

นอกจากนี้ งานวิจัยตีพิมพ์ใน The Lancet Public Health (2025) ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจาก 34 ประเทศ รวมถึงไทย ผ่านเครือข่าย Multi-Country Multi-City (MCC) Collaborative Research Network พบว่าหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มอัตราการเสียชีวิตจากฮีทสโตรกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงหลังปี 2018

สถานการณ์ฮีทสโตรกในประเทศไทย

ฮีทสโตรก คืออะไร?

ฮีทสโตรก (Heatstroke) หรือโรคลมแดด คือภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส จนระบบควบคุมความร้อนภายในร่างกายล้มเหลวอย่างสมบูรณ์ ต่างจากการเป็นลมหรืออ่อนเพลียจากความร้อน (Heat Exhaustion) ตรงที่ร่างกายหยุดระบายความร้อนได้แล้ว ทำให้อวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะสมอง หัวใจ และไต เริ่มได้รับความเสียหายอย่างรวดเร็ว

ฮีทสโตรก เกิดจาก 5 ปัจจัยหลักที่คนไทยมองข้าม

ฮีทสโตรก เกิดจาก 5 ปัจจัยหลักที่คนไทยมองข้าม

1. อากาศร้อนและความชื้นสูงพร้อมกัน

หลายคนคิดว่าฮีทสโตรกเกิดจากอากาศร้อนอย่างเดียว แต่ความจริงคือ ความชื้นสูง คือตัวการสำคัญที่ทำให้อันตรายทวีคูณ เมื่ออากาศชื้น เหงื่อที่ระเหยออกจากร่างกายระเหยได้น้อยลง ทำให้กระบวนการระบายความร้อนของร่างกายทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ สภาพอากาศแบบนี้พบได้บ่อยในประเทศไทยช่วงต้นฤดูร้อนและก่อนฝนตก

นอกจากนี้ การอยู่กลางแจ้งนานเกิน 30 นาทีในช่วงเวลา 10.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงแดดแรงที่สุด ถือเป็นความเสี่ยงสูงมากสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่

2. ออกกำลังกายหรือทำงานหนักกลางแดด 

ฮีทสโตรก เกิดจาก การที่ร่างกายสร้างความร้อนภายในมากเกินไปได้เช่นกัน โดยไม่ต้องพึ่งแดดจ้าภายนอกเสมอไป นักวิ่งมาราธอน ทหาร ชาวนา หรือคนงานก่อสร้างที่ทำงานกลางแดดล้วนมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะกล้ามเนื้อที่ทำงานหนักจะผลิตความร้อนมากกว่าปกติถึง 10-15 เท่า

เมื่อความร้อนจากภายนอกและภายในร่างกายรวมกัน ระบบระบายความร้อนก็ไม่อาจรับมือไหว ภาวะนี้เรียกว่า Exertional Heatstroke ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มนักกีฬาและผู้ใช้แรงงาน

3. ขาดน้ำอย่างต่อเนื่อง

การดื่มน้ำน้อยเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในคนไทย เพราะหลายคนรอให้กระหายน้ำก่อนค่อยดื่ม ซึ่งนั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดน้ำไปแล้ว ในสภาพอากาศร้อน ร่างกายต้องการน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมากเพื่อผลิตเหงื่อสำหรับระบายความร้อน หากปริมาณเลือดลดลงเพราะขาดน้ำ หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และความสามารถในการระบายความร้อนก็ลดลงตาม

คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมมากกว่าน้ำเปล่า มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะและทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

4. ยาและโรคประจำตัวบางชนิด

น้อยคนที่รู้ว่า ยาบางประเภทสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อฮีทสโตรกได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาต้านซึมเศร้า ยาลดความดัน และยาแก้แพ้ เพราะยาเหล่านี้ส่งผลต่อกระบวนการควบคุมอุณหภูมิร่างกายหรือทำให้ร่างกายขาดน้ำง่ายขึ้น

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคอ้วน ก็มีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติ เพราะระบบไหลเวียนโลหิตและการควบคุมอุณหภูมิมักทำงานได้ไม่เต็มที่

5. ไม่ได้ปรับตัวกับอากาศร้อน

ฮีทสโตรก เกิดจาก ความไม่คุ้นชินกับอากาศร้อนได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงแรกของฤดูร้อน หรือเมื่อต้องเดินทางจากพื้นที่เย็นมาพื้นที่ร้อน ร่างกายต้องการเวลาประมาณ 10-14 วันเพื่อปรับตัว โดยจะเพิ่มปริมาณเลือด ลดอุณหภูมิเริ่มต้นของการเหงื่อออก และทำให้เหงื่อระเหยได้ดีขึ้น

คนที่ข้ามจากห้องแอร์ออกสู่กลางแดดบ่อย ๆ โดยไม่ให้ร่างกายปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจเสี่ยงต่อภาวะนี้ได้โดยไม่รู้ตัว

 

สัญญาณเตือนฮีทสโตรกที่ต้องรีบสังเกต

เมื่อรู้แล้วว่า ฮีทสโตรก เกิดจาก อะไร สิ่งต่อไปที่ต้องรู้คือสัญญาณที่บอกว่าร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะอันตราย ได้แก่

  • อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศา 
  • ผิวหนังร้อน แดง และแห้ง (ไม่มีเหงื่อ) 
  • สับสน มึนงง พูดไม่ชัด
  •  ชีพจรเร็วและแรง คลื่นไส้ อาเจียน 
  • หมดสติหรือชัก

อากาศร้อนไม่ได้ทำร้ายแค่ร่างกาย แต่กระทบสมองด้วย

สิ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือ ความร้อนสูงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของสมอง งานวิจัยพบว่าอุณหภูมิสูงทำให้ประสิทธิภาพการคิด สมาธิ และความจำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่า อากาศร้อนแล้วปวดหัว โดยไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง

ดูแลสุขภาพสมองในช่วงอากาศร้อนด้วย KLARITY Omega-3 Norway Daily

ในช่วงที่ร่างกายต้องรับมือกับความร้อนและมลภาวะ สมองต้องการการดูแลเป็นพิเศษ หนึ่งในสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพสมองและการอักเสบในระดับเซลล์คือ กรดไขมัน Omega-3 โดยเฉพาะ DHA และ EPA

KLARITY Omega-3 Norway Daily คือทางเลือกที่ทำให้การดูแลสุขภาพสมองกลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย ราวกับได้รับ Omega-3 จากปลาทะเลน้ำลึกที่อยู่ตามธรรมชาติในประเทศนอร์เวย์ แหล่งที่มาของวัตถุดิบระดับพรีเมียมจากน้ำทะเลเย็นบริสุทธิ์ ซึ่งให้ Omega-3 คุณภาพสูงพร้อมดูดซึมได้ดีกว่า

Omega-3 จาก KLARITY ช่วยในด้านลดการอักเสบในสมองที่เกิดจากมลภาวะ สนับสนุนความยืดหยุ่นของเซลล์ประสาท (Neuroplasticity) รักษาประสิทธิภาพความจำและสมาธิแม้ในวันที่ร่างกายเครียดจากความร้อน ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการควบคุมอุณหภูมิร่างกายโดยรวม

KLARITY Omega-3 Norway Daily

สรุป: ฮีทสโตรก เกิดจาก หลายปัจจัยที่ป้องกันได้

ฮีทสโตรกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการที่ร่างกายต้องรับมือกับความร้อนมากเกินไปในหลายรูปแบบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อม พฤติกรรม สุขภาพ หรือแม้แต่ยาที่ใช้อยู่ การรู้เท่าทันและป้องกันล่วงหน้าจึงสำคัญกว่าการรักษาเสมอ

และในขณะที่ดูแลร่างกายจากภายนอก อย่าลืมดูแลสมองจากภายในด้วย KLARITY Omega-3 Norway Daily เพราะสมองที่แข็งแรงและสุขภาพที่สมบูรณ์เป็นสิ่งที่ต้องดูแลควบคู่กันโดยเฉพาะในสภาพอากาศแบบนี้

แหล่งอ้างอิง (References)

  • Sombat Taptagaporn et al. (2022). "Risk factors associated with heat-related illness among sugarcane farmers in Thailand." Journal of Occupational Health, 64(1). Mahidol University & University of Occupational and Environmental Health, Japan. PMC9539147. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC9539147/
  • Apinya Nuchprayoon et al. (2018). "Personal risk factors associated with heat-related illness among new conscripts undergoing basic training in Thailand." PLOS ONE. Phramongkutklao College of Medicine, Bangkok. https://journals.plos.org/plosone/article?id=10.1371/journal.pone.0203428
  • Healthcare Asia Daily News. (2025). "Thailand battles heat stroke, related illnesses as temperatures soar." https://www.healthcareasia.org/2025/thailand-battles-heat-stroke-related-illnesses-as-temperatures-soar/
  • World Health Organization (WHO). Review of climate change and health activities in Thailand. WHO Regional Office for South-East Asia. New Delhi.

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลด้านสุขภาพและการป้องกันเบื้องต้นเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที

Article by

klarity asia