August 20, 2024

Omega 3 6 9 คืออะไร? รู้จักความแตกต่างของกรดไขมันดีทั้ง 3 ชนิดนี้!

Omega 3 6 9 คืออะไร

ในโลกของสุขภาพและโภชนาการ การพูดถึงกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายคงหนีไม่พ้นกลุ่ม Omega-3, Omega-6, และ Omega-9 ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและหน้าที่ที่แตกต่างกันไป บทความนี้จาก KLARITY จึงขออาสาพาคุณไปรู้จัก Omega 3 6 9 อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น

กรดไขมันโอเมก้า 3 6 9 คืออะไร?

กรดไขมันโอเมก้า 3, 6, และ 9 คือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของร่างกายเรา โอเมก้า 3 6 9 ประโยชน์สำคัญของสารอาหารเหล่านี้คือบำรุงสมอง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายแข็งแรง โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและหน้าที่เฉพาะที่แตกต่างกันไป ดังนี้

กรดไขมันโอเมก้า 3 6 9 คืออะไร

โอเมก้า 3 ราชาแห่งกรดไขมันดี

โอเมก้า-3 ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งกรดไขมันดี” ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการบำรุงหัวใจ, สมอง, และระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังเพิ่มขึ้น การบริโภคโอเมก้า-3 อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 

โอเมก้า-3 ประกอบด้วยกรดไขมันหลัก ๆ สามชนิด ได้แก่ ALA (Alpha-linolenic acid), EPA (Eicosapentaenoic acid), และ DHA (Docosahexaenoic acid)  การบริโภคโอเมก้า-3 จากแหล่งธรรมชาติ เช่น ปลาทะเลน้ำลึก, น้ำมันปลา, และเมล็ดแฟลกซ์ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการได้รับประโยชน์เต็มที่ (อ่านเพิ่ม โอเมก้า 3 คืออะไร)

เสริมโอเมก้า 3 ต้อง Klarity เพื่อสมองที่ดี ให้คุณพร้อมในทุกวัน!

อาหารเสริมโอเมก้า 3 ต้อง Klarity

 เสริมโอเมก้า-3 ด้วย Klarity เพื่อให้สมองของคุณทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่เข้ามาในแต่ละวัน โอเมก้า-3 จาก Klarity ผลิตจากปลาทะเลน้ำลึกนอร์เวย์ที่มีคุณภาพสูง ให้คุณมั่นใจได้ว่าร่างกายจะได้รับกรดไขมันที่จำเป็นต่อการบำรุงสมองและระบบประสาทอย่างครบถ้วน อ่านเพิ่ม รีวิวอาหารเสริม KLARITY


โอเมก้า 6 ความสำคัญที่ถูกมองข้าม

โอเมก้า-6 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่มีความสำคัญต่อร่างกาย แต่บ่อยครั้งถูกมองข้ามหรือไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แม้ว่าโอเมก้า-6 จะไม่ได้มีชื่อเสียงเท่ากับโอเมก้า-3 แต่บทบาทของมันก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะในด้านการเจริญเติบโตของเซลล์และการสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

โอเมก้า-6 มีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมการอักเสบ, การแข็งตัวของเลือด, และการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังและผม นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างปกติ คุณสามารถเลือกบริโภคโอเมก้า-6 จากแหล่งที่ดีได้จาก น้ำมันดอกคำฝอย, น้ำมันถั่วเหลือง, และถั่วชนิดต่าง ๆ

โอเมก้า 9 ไขมันดีที่ร่างกายสร้างเองได้

โอเมก้า-9 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยร่างกายของเราสามารถสร้างขึ้นได้เอง แตกต่างจากโอเมก้า-3 และโอเมก้า-6 ที่ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น โอเมก้า-9 มีส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพหัวใจ ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า-9 ได้แก่ น้ำมันมะกอก, น้ำมันอะโวคาโด, น้ำมันถั่วลิสง และอัลมอนด์

💡 เคล็ดลับสุขภาพจาก KLARITY

ความสมดุลของค่า Ratio 3:6 แม้ Omega-3 และ 6 จะเป็นกรดไขมันจำเป็นทั้งคู่ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่ "สัดส่วน"  ในปัจจุบันอาหารที่เราทานมักมี Omega-6 สูงเกินไป (จากน้ำมันพืชทั่วไปและอาหารแปรรูป) ซึ่งหากร่างกายมี Omega-6 มากกว่า Omega-3 เกินสัดส่วนที่เหมาะสม (เช่น 20:1) จะกระตุ้นให้เกิด "การอักเสบเรื้อรัง" ภายในเซลล์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด

การเลือกทาน KLARITY Omega-3 จึงไม่ใช่แค่การเติมสารอาหาร แต่คือการเข้าไป "ปรับสมดุล" (Re-balance) เพื่อลดการอักเสบและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ประโยชน์ของ Omega 3 6 9 ทำไมร่างกายจึงต้องการ!

โอเมก้า 3 6 9 บำรุงหัวใจและสมอง

กรดไขมันโอเมก้า 3 6 9 ประโยชน์สำคัญคือการบำรุงหัวใจและสมอง โดยโอเมก้า-3 ช่วยลดการอักเสบและความเสี่ยงของโรคหัวใจ โอเมก้า-6 สนับสนุนการทำงานของระบบประสาท ส่วนโอเมก้า-9 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลดี (HDL) ซึ่งช่วยรักษาสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

ป้องกันโรคเรื้อรังด้วย Omega 3, 6, 9

การบริโภค Omega 3 6 9 อย่างพอเหมาะจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคข้ออักเสบ ด้วยการควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ลดการอักเสบของเซลล์ในร่างกาย และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

สวยจากภายใน สุขภาพผิวดีด้วยโอเมก้า

กรดไขมันโอเมก้ายังมีบทบาทสำคัญในการบำรุงสุขภาพผิว โดยช่วยรักษาความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และป้องกันการเกิดสิว นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่งจากภายใน เหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพผิวในระยะยาว เรียกว่าสวยจากภายในสู่ภายนอกเลย!


เปรียบเทียบกรดไขมันโอเมก้า 3, 6 และ 9

หัวข้อ Omega 3 Omega 6 Omega 9
ชนิดกรดไขมัน กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (PUFA) กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (PUFA) กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (MUFA)
ร่างกายสร้างเองได้? จำเป็น — ต้องได้จากอาหาร จำเป็น — ต้องได้จากอาหาร ไม่จำเป็น — ร่างกายสร้างเองได้
กรดไขมันสำคัญ ALA, EPA, DHA LA (Linoleic acid), GLA, AA Oleic acid (OA)
ประโยชน์หลัก บำรุงสมองและระบบประสาท ลดการอักเสบ ดูแลหัวใจและหลอดเลือด บำรุงสายตา สร้างเยื่อหุ้มเซลล์ เสริมภูมิคุ้มกัน ควบคุมการอักเสบ และสนับสนุนการเจริญเติบโต ลด LDL เพิ่ม HDL ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
แหล่งอาหาร ปลาทะเล (แซลมอน ทูน่า), น้ำมันปลา, เมล็ดแฟลกซ์, เมล็ดเชีย, วอลนัท น้ำมันดอกทานตะวัน, น้ำมันถั่วเหลือง, ไข่, เนื้อสัตว์, ถั่วและเมล็ดพืช น้ำมันมะกอก, น้ำมันอะโวคาโด, อัลมอนด์, เม็ดมะม่วงหิมพานต์, น้ำมันคาโนลา
ผลต่อการอักเสบ ลดการอักเสบ อาจส่งเสริมการอักเสบ หากได้รับมากเกินไป เป็นกลาง ไม่กระตุ้นและไม่ยับยั้งการอักเสบ
สัดส่วนที่ควรได้รับ ควรเพิ่ม เนื่องจากคนส่วนใหญ่ได้รับไม่เพียงพอ มักได้รับเกินพออยู่แล้วจากอาหารทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเสริม หากรับประทานอาหารหลากหลาย
ควรเสริมไหม? แนะนำ โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานปลาไม่สม่ำเสมอ ไม่จำเป็น เพราะมักได้รับเพียงพอจากอาหาร ไม่จำเป็น แต่การใช้น้ำมันมะกอกแทนไขมันชนิดอื่นมีประโยชน์

อาการที่บ่งบอกว่าร่างกายขาดโอเมก้า 3 6 9 

เมื่อร่างกายขาดโอเมก้า-3, 6, 9 อาจแสดงอาการที่สื่อถึงปัญหาสุขภาพหลายด้าน เนื่องจากกรดไขมันเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อาการที่บ่งบอกถึงการขาดโอเมก้า 3 6 9 ได้แก่

  • สมองล้า สมองเบลอ หลงลืมง่าย 
  • ผิวแห้งและระคายเคืองง่ายกว่าปกติ
  • อารมณ์แปรปรวนและมีภาวะเครียดง่าย ซึมเศร้าโดยไม่ทราบสาเหตุ 
  • การมองเห็นแย่ลงหรือมีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เช่น ตาแห้งหรือการมองเห็นไม่ชัด
  • ผมร่วง ผมแห้งกร้าน และเล็บเปราะ
  • มีปัญหาข้อต่อและข้ออักเสบ
  • ความดันโลหิตสูงขึ้น

การทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 6 9 อย่างเพียงพอจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพโดยรวม และป้องกันการเกิดอาการเหล่านี้ในระยะยาว

ต้องกินอาหารเสริม Omega 3-6-9 ไหม? เช็กตามนี้

สำหรับ โอเมก้า 6 และ โอเมก้า 9 ส่วนใหญ่เราได้รับเพียงพอจากอาหารที่กินอยู่ทุกวัน

  • โอเมก้า 6 เจอได้ทั่วไปในน้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน
  • ส่วนโอเมก้า 9 ก็หาไม่ยากเลย แค่เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกในครัวก็ได้แล้ว

แต่ตัวที่หลายคนอาจขาดก็คือโอเมก้า 3 เพราะแหล่งหลักของโอเมก้า 3 คือปลา เช่น แซลมอน ทูน่า ซาร์ดีน  ถ้าใครไม่กินปลาหรือกินน้อยมาก ก็มีโอกาสที่ร่างกายจะได้รับไม่เพียงพอ 

แม้ว่าอาหารจากพืชบางชนิดอย่างน้ำมันแฟลกซ์ หรือถั่ววอลนัตจะมีโอเมก้า 3 เหมือนกัน แต่ร่างกายต้องผ่านกระบวนการแปลงก่อนถึงจะใช้ได้ ซึ่งดูดซึมได้ไม่ดีเท่ากับจากปลา เพราะงั้นหลายคนจึงเลือกเสริมด้วย “น้ำมันปลา” เพื่อให้ได้โอเมก้า 3 อย่างครบถ้วน (อ่านเพิ่ม อาการขาดโอเมก้า 3)

KLARITY โอเมก้า 3 สูง! ผลิตจากนอร์เวย์ ไม่มีโลหะหนัก!
“สมองล้า สมองเบลอ แก้ไขได้ด้วย KLARITY Omega-3 Norway Daily

รีวิว KLARITY โอเมก้า 3 สูงสรุป 

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเห็นถึงความแตกต่างและประโยชน์ของ Omega 3 6 9 กันแล้ว จะเห็นว่ากรดไขมันทั้ง 3 ชนิดนี้มีความสำคัญต่อองค์รวมของสุขภาพอย่างมาก หากคุณต้องการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในทุก ๆ วันอย่าลืมทานอาหารเสริมโอเมก้า 3 จาก KLARITY ทานทุกวันได้ไม่อันตราย! 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Omega 3-6-9

เมื่อร่างกายต้องการทั้ง Omega 3, 6 และ 9 ทำไมส่วนใหญ่ถึงแนะนำให้เสริมแค่ Omega 3?

เพราะในอาหารประจำวันของคนไทย เช่น ผัดกะเพรา หรือของทอดต่าง ๆ มักใช้น้ำมันพืชที่มี Omega 6 สูงอยู่แล้ว และร่างกายสามารถสร้าง Omega 9 ได้เอง สิ่งที่เรามักจะ “ขาด” จริง ๆ คือ Omega 3 จากปลาทะเล การทาน Omega 6 มากเกินไปโดยไม่สมดุลกับ Omega 3 อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้ การเสริมแค่ Omega 3 จึงเป็นการช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายทำงานได้ปกติ

ถ้าทาน Omega 3-6-9 รวมในเม็ดเดียวเลยจะดีกว่าไหม?

สำหรับคนที่ทานอาหารนอกบ้านเป็นประจำ การทานแบบรวมเม็ดอาจทำให้ได้รับ Omega 6 ซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จึงแนะนำให้เน้นทาน Omega 3 บริสุทธิ์แยกต่างหาก เพื่อควบคุมปริมาณไขมันดีให้เหมาะสม และลดความเสี่ยงจากการได้รับกรดไขมันชนิดอื่นที่มากเกินไป

Omega 3 จากน้ำมันปลากับพืช เช่น เมล็ดแฟลกซ์ ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่รูปแบบของ Omega 3 โดย Omega 3 จากพืชจะเป็นชนิด ALA ซึ่งร่างกายต้องเปลี่ยนเป็น EPA และ DHA ก่อนนำไปใช้ แต่กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้ค่อนข้างน้อย ในขณะที่น้ำมันปลาให้ EPA และ DHA โดยตรง ร่างกายจึงนำไปใช้บำรุงสมองและหัวใจได้ทันทีและมีประสิทธิภาพมากกว่า

ทาน Omega 3 ต่อเนื่องทุกวันอันตรายไหม?

การทาน Omega 3 ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น วันละ 500–1,000 มก. สามารถทานต่อเนื่องได้ทุกวันอย่างปลอดภัย เพราะเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการสกัดมาตรฐานสูงอย่าง KLARITY เพื่อมั่นใจว่าไม่มีสารตกค้างหรือโลหะหนักสะสมจากการทานระยะยาว

Article by

klarity asia