August 27, 2024

ต้องรู้! รวมคู่หูอันตรายที่ไม่ควรกินกับ “น้ำมันปลา”

วิธีกินน้ำมันปลา และข้อควรระวังที่ควรรู้

น้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เช่น ช่วยบำรุงสมอง ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ แต่การกินน้ำมันปลาควบคู่กับบางสิ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้น มาทำความเข้าใจกันว่าน้ำมันปลา ไม่ควรกินคู่กับอะไรบ้าง? ไปพร้อม ๆ กับ KLARITY ในบทความนี้เลย!

น้ำมันปลา ไม่ควรกินคู่กับอะไร? ยาที่ไม่ควรกินคู่กับน้ำมันปลา

การทานน้ำมันปลาควบคู่กับยาบางชนิด อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหากกำลังทานยาอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มยาเหล่านี้

ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)

น้ำมันปลาไม่ควรกินกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน เมื่อทานร่วมกับน้ำมันปลา อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าลงเกินไป เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก

ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet)

ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน เมื่อทานร่วมกับน้ำมันปลา อาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ดังนั้นใครที่ยังต้องกินยากลุ่มนี้อยู่ แล้วอยากกินน้ำมันปลาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติม 

ยาลดความดันโลหิต (Antihypertensives)

การทานยาลดความดันโลหิตควบคู่กับน้ำมันปลา อาจมีผลต่อประสิทธิภาพของยาได้ จนทำให้เกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด หรือเป็นลมได้ แต่ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณของยาที่ทาน รวมถึงปริมาณของน้ำมันปลาที่บริโภคด้วย

อาหารและยาไม่ควรกินกับน้ำมันปลา

วิตามินและอาหารที่ไม่ควรกินคู่กับน้ำมันปลา

น้ำมันปลา (Fish Oil) เป็นอาหารเสริมยอดนิยมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่การทานควบคู่กับบางสิ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงวิตามินและอาหารที่ไม่ควรกินคู่กับน้ำมันปลา เพื่อให้คุณสามารถทานน้ำมันปลาได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

วิตามิน A และ D (ในปริมาณที่มากเกินไป)

ทั้งน้ำมันปลา วิตามินเอ และวิตามินดี ล้วนมีส่วนช่วยในการดูดซึมไขมัน การทานในปริมาณมากพร้อมกัน อาจทำให้ร่างกายได้รับวิตามินเหล่านี้เกินความต้องการ ส่งผลให้เกิดภาวะวิตามินเอหรือดีเกินขนาดได้ ซึ่งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ปัญหาเกี่ยวกับกระดูก หรือปัญหาเกี่ยวกับตับในอนาคตได้

อาหารที่มีไขมัน "ไม่ดี" ในปริมาณสูง

การทานน้ำมันปลาพร้อมอาหารที่มีไขมัน เป็นสิ่งที่ดี เพราะช่วยให้ร่างกายดูดซึมโอเมก้า 3 ได้ดียิ่งขึ้ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการทานน้ำมันปลาพร้อมกับอาหารที่มี "ไขมันไม่ดี" ในปริมาณมาก เช่น

  • อาหารทอด, ของทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำ
  • อาหารแปรรูป, ฟาสต์ฟู้ด ที่มีไขมันทรานส์ (Trans fats) หรือไขมันอิ่มตัวสูง
  • ขนมอบ, เบเกอรี่บางชนิด

เพื่อสุขภาพที่ดี และการดูดซึมโอเมก้า 3 ที่มีประสิทธิภาพ ควรเลือกรับประทานน้ำมันปลาพร้อมกับมื้ออาหารที่มี "ไขมันดี" เช่น อะโวคาโด, น้ำมันมะกอก, ถั่ว, เมล็ดพืช หรือปลาที่มีไขมันดี

กินวิตามินซี พร้อมน้ำมันปลาได้มั้ย?

กินวิตามินซี พร้อมน้ำมันปลาได้ไหม? คำตอบคือได้ เพราะการทานวิตามินซีควบคู่กับน้ำมันปลาโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยและไม่มีปฏิกิริยาต่อกันที่เป็นอันตราย  วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายน้ำ มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนน้ำมันปลาอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยลดการอักเสบในร่างกาย บำรุงสมอง และหัวใจจึงไม่มีปฏิกิริยาขัดแย้งกัน 

วิธีกินน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ถูกต้อง

น้ำมันปลา เป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น ช่วยลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ บำรุงสมอง และช่วยลดการอักเสบในร่างกาย แต่การทานน้ำมันปลาให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้นต้องกินให้ถูกต้อง

วิธีกินน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่ถูกต้อง

น้ำมันปลา กินวันละกี่มิลลิกรัม 

ปริมาณน้ำมันปลาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สุขภาพ และวัตถุประสงค์ในการทาน โดยทั่วไปแล้ว ปริมาณที่แนะนำคือ:

  • เพื่อสุขภาพทั่วไป: 1,000-2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • เพื่อลดไตรกลีเซอไรด์: 2,000-4,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ: ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสม

เพิ่มพลังให้ทุกวันด้วย KLARITY Omega-3 จากนอร์เวย์!
สุขภาพดีเริ่มต้นที่นี่ สั่งซื้อเลย!

KLARITY Omega-3 จากนอร์เวย์

สั่งซื้อเลย!

ใครไม่ควรกินน้ำมันปลา (Fish Oil)

น้ำมันปลา (Fish Oil) มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย เช่น บำรุงสมองและสายตา ช่วยลดการอักเสบ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะกับการกินน้ำมันปลา โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ

ต่อไปนี้คือกลุ่มคนที่ควรระวัง หรือไม่ควรกินน้ำมันปลา

1. ผู้ที่แพ้อาหารทะเล ถ้าคุณมีอาการแพ้อาหารทะเล โดยเฉพาะปลา เช่น มีผื่นขึ้น หายใจลำบาก หรือปากบวม ไม่ควรรับประทานน้ำมันปลา เพราะอาจมีสารตกค้างที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ แม้น้ำมันปลาส่วนใหญ่จะผ่านกระบวนการสกัดจนบริสุทธิ์แล้วก็ตาม

2. ผู้ที่กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด น้ำมันปลามีคุณสมบัติช่วยให้เลือดไม่แข็งตัว จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการตกเลือดระหว่างและหลังการผ่าตัดได้ หากคุณมีแผนจะผ่าตัด ควรหยุดกินน้ำมันปลาล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์

3. ผู้ที่กำลังกินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากคุณกำลังกินยาในกลุ่มดังกล่าว เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) แอสไพริน (Aspirin) หรือโคลพิโดเกรล (Clopidogrel) การกินน้ำมันปลาร่วมด้วยอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าเกินไปและเพิ่มความเสี่ยงในการตกเลือดได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

4. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายกว่าปกติ เช่น โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) หรือมีปัญหาเกี่ยวกับเกล็ดเลือด ควรหลีกเลี่ยงการกินน้ำมันปลา เนื่องจากอาจทำให้เลือดไหลไม่หยุดได้

5. ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ การกินน้ำมันปลาในปริมาณสูงอาจทำให้ความดันโลหิตลดลง ซึ่งอาจเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำอยู่แล้ว และอาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะหรือหน้ามืดได้

สรุป

การดูแลสุขภาพด้วยน้ำมันปลาเป็นสิ่งที่ดี แต่การรู้ว่ามีบางสิ่งที่ไม่ควรรับประทานคู่กับน้ำมันปลานั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน การหลีกเลี่ยงการกินน้ำมันปลาร่วมกับยาบางชนิดหรืออาหารเสริมอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะหากคุณกำลังใช้ยาหรือมีภาวะสุขภาพที่ต้องระวัง จะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและห่างไกลจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

Article by

klarity asia