August 18, 2025
ปัญหาอ่านหนังสือไม่เข้าหัว! เอาอยู่ด้วย 7 วิธีอ่านให้จำขึ้นใจ

ใกล้สอบทีไร เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอปัญหา “อ่านหนังสือไม่เข้าหัว” ทั้งที่ตั้งใจเต็มที่ แต่พอปิดหนังสือแล้วกลับจำอะไรไม่ได้เลย เหมือนข้อมูลไหลผ่านสมองไปเฉย ๆ ยิ่งใครเรียนออนไลน์หรืออ่านจนดึก ๆ ก็ยิ่งสมาธิสั้น เหนื่อยง่าย บทความนี้เลยรวม 7 เทคนิคอ่านหนังสือให้จำขึ้นใจ พร้อมเคล็ดลับดูแลสมองให้ฟิตเหมือนเครื่องใหม่ เหมาะกับทุกคนที่อยากเรียนรู้แบบมีประสิทธิภาพ
ทำไมอ่านหนังสือแล้วไม่เข้าหัว?
ก่อนจะเปลี่ยนวิธีอ่านหนังสือให้เข้าหัว จำดี โฟกัสเนื้อหาสำคัญได้ดี มาดูกันว่าทำไมสมองเราถึงไม่เก็บข้อมูลเหล่านี้ได้เท่าที่ควร สาดหตุหลัก ๆ มีดังนี้
- อ่านตอนง่วงหรือเหนื่อยเกินไป
- อ่านแบบไล่บรรทัด ไม่จัดหมวดหมู่ความรู้
- ไม่มีการทบทวนซ้ำ
- สิ่งแวดล้อมรบกวน สมาธิแตกง่าย
- ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญที่ช่วยการทำงานของสมอง
ข้อสุดท้ายนี้ หลายคนมองข้ามไป แต่จริง ๆ แล้วการที่สมองไม่สดชื่นหรือจำได้น้อย อาจเกี่ยวกับการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาท เช่น โอเมก้า-3 และ สารสกัดใบแปะก๊วย ซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองและการจดจำ
7 วิธีอ่านหนังสือให้จำขึ้นใจ จบปัญหาอ่านหนังสือไม่เข้าหัว
ในเมื่อเราเข้าใจปัญหาแล้วว่าทำไมสมองถึงปฏิเสธการรับข้อมูล ถึงเวลามาเปลี่ยนพฤติกรรมการอ่านแบบเดิม ๆ แล้วมาใช้เทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้สมองจดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลองนำ 7 วิธีอ่านหนังสือให้จำขึ้นใจ เหล่านี้ไปปรับใช้ แล้วคุณจะค้นพบว่าการเรียนรู้ไม่เคยเป็นเรื่องยากอีกต่อไป

1. ตั้งคำถามก่อนอ่าน (Active Reading)
แทนที่จะแค่อ่านไปเรื่อย ๆ ลองเปลี่ยนมาเป็นนักสืบที่กำลังค้นหาคำตอบ โดยก่อนจะเริ่มอ่านหัวข้อใหม่ ให้ใช้เวลาสักครู่ตั้งคำถามในใจว่า "หัวข้อนี้เกี่ยวกับอะไร?" "ฉันควรรู้อะไรจากบทนี้บ้าง?" หรือ "จุดสำคัญที่ต้องจำคืออะไร?" การทำแบบนี้จะทำให้สมองมีความกระตือรือร้นและโฟกัสมากขึ้น ช่วยให้เราจับประเด็นสำคัญได้ง่ายขึ้น และจดจำเนื้อหาได้ดีกว่าเดิมมาก
2. ไฮไลต์และจดสรุปเป็นของตัวเอง
การไฮไลต์ข้อความสำคัญเป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการสรุปเนื้อหาเหล่านั้นด้วยภาษาของตัวเองในสมุดโน้ตหรือกระดาษเปล่า การทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทบทวนเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังเป็นการบังคับให้สมองต้องประมวลผลและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อที่จะอธิบายออกมาในรูปแบบที่ตัวเองเข้าใจได้
3. อธิบายให้คนอื่นฟัง (The Feynman Technique)
วิธีที่ดีที่สุดในการตรวจสอบว่าเราเข้าใจเนื้อหาจริง ๆ หรือไม่ คือการลองอธิบายให้คนอื่นฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน, ครอบครัว, หรือแม้แต่การอธิบายให้ตัวเองในกระจกฟัง การถ่ายทอดความรู้จะช่วยให้เราเห็นจุดที่ยังไม่เข้าใจ และเป็นการทบทวนเนื้อหาซ้ำไปในตัว ทำให้ข้อมูลถูกฝังแน่นในความจำของเรามากขึ้น
4. ใช้เทคนิค Pomodoro เพื่อพักเบรก
สมองของเรามีขีดจำกัดในการโฟกัส อย่าฝืนอ่านต่อเนื่องนานเกินไป ลองใช้เทคนิค Pomodoro โดยตั้งเวลาอ่าน 25 นาที แล้วพัก 5 นาที หรืออาจปรับให้เหมาะกับตัวเอง เช่น อ่าน 50 นาที พัก 10 นาที การพักเบรกสั้น ๆ จะช่วยให้สมองได้ผ่อนคลายและจัดระเบียบข้อมูลที่เพิ่งได้รับ ทำให้เมื่อกลับมาอ่านต่อ เราจะรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิมากขึ้น
5. เปลี่ยนสถานที่อ่านหนังสือ
การอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ นานเกินไปอาจทำให้สมองรู้สึกเบื่อและสมาธิหลุดง่าย ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง เช่น ย้ายไปห้องสมุด, ร้านกาแฟ, หรือแม้แต่นั่งอ่านที่สวนสาธารณะ การเปลี่ยนสถานที่ใหม่ ๆ จะช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวและสนใจในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มากขึ้น
6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการเรียนรู้ ข้อมูลที่เราอ่านมาในตอนกลางวันจะถูกสมองจัดระเบียบและย้ายไปเก็บไว้ในความจำระยะยาวในระหว่างที่เรานอนหลับ การอดนอนจึงเท่ากับเป็นการทำลายโอกาสในการจดจำของเราเอง ดังนั้น ควรนอนหลับให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้สมองได้ทำงานอย่างเต็มที่
7. เลือกกินอาหารบำรุงสมอง
สมองต้องการสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองเพิ่มอาหารที่มี โอเมก้า-3 จากปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน, ปลาซาร์ดีน หรืออาหารเสริมอย่าง สารสกัดใบแปะก๊วย ซึ่งมีงานวิจัยว่าช่วยเรื่องการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมองและการจดจำที่ดีขึ้น การดูแลสมองจากภายในจะช่วยให้การอ่านและการเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การอ่านหนังสือให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีไม่ใช่แค่การใช้เวลาให้มาก แต่คือการใช้วิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสมองของเราเอง ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กับการเรียนรู้ของคุณดู แล้วจะพบว่าปัญหา "อ่านหนังสือไม่เข้าหัว" จะหมดไปอย่างแน่นอน!
บำรุงสมองให้พร้อม ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก KLARITY
นอกจากวิธีการข้างต้นแล้ว การดูแลสมองด้วยสารอาหารที่จำเป็นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับผู้ที่มองหาตัวช่วยดี ๆ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก KLARITY ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการบำรุงสมองโดยเฉพาะ
KLARITY Japan Ginkgo Biloba

สารสกัดจากใบแปะก๊วยคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมอง เพิ่มสมาธิและความจำ ทำให้สมองได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ พร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้
- 🛒Shopee: Japan Ginkgo Biloba สารสกัดใบแปะก๊วย (120 มก.)
- 🛒LAZADA: Japan Ginkgo Biloba สารสกัดใบแปะก๊วย
KLARITY Omega-3 Norway Daily
น้ำมันปลาโอเมก้า-3 คุณภาพสูงจากนอร์เวย์ เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ช่วยบำรุงเซลล์สมอง เสริมความจำ และช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 🛒Shopee: https://bit.ly/4kNtrCZ
- 🛒LAZADA: https://bit.ly/3XNNO99
KLARITY Omega-3 Norway Ultra + Astaxanthin
สำหรับผู้ที่ต้องการการบำรุงที่เหนือกว่า ด้วยน้ำมันปลาโอเมก้า-3 จากนอร์เวย์ ที่ผสานพลังกับ Astaxanthin สารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสื่อมและเสริมสร้างความแข็งแรงของสมองได้อย่างครบถ้วน
- 🛒Shopee: https://bit.ly/4kNtrCZ
- 🛒LAZADA: https://bit.ly/3XNNO99
บทความนี้ได้รวบรวมหลากหลายวิธีที่ช่วยให้การอ่านหนังสือของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมภายนอกอย่างการตั้งคำถามก่อนอ่าน, การจดสรุป, ไปจนถึงการจัดสรรเวลาพักผ่อนให้เหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้
แต่สิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามคือการดูแลสมองจากภายใน เพราะสมองที่ได้รับสารอาหารครบถ้วนจะช่วยให้ทุกเทคนิคการอ่านที่คุณนำไปปรับใช้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น
การผสมผสานทั้งเทคนิคการอ่านที่ถูกต้องเข้ากับการบำรุงสมองด้วยสารอาหารที่จำเป็นอย่าง โอเมก้า-3 และ สารสกัดใบแปะก๊วย จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณเอาชนะปัญหา "อ่านหนังสือไม่เข้าหัว" และเปิดประตูสู่การเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างแท้จริง